แผนการส่งเสริมเพื่อพัฒนาสมรรถนะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศในยุคดิจิทัล

ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เกิดปรับเปลี่ยนทั้งจากด้านการให้บริการ ด้านผู้ผลิต และด้านผู้ใช้สื่อ และเอื้อให้เกิดสื่อที่ผู้ใช้สื่อเป็นผู้ผลิตและสร้างสรรค์ขึ้นเอง เผยแพร่ต่อสาธารณะผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ การใช้สื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลภาพ คลิปเสียง ต่อสาธารณชน ซึ่งจากผลการสำรวจข้อมูลสถานภาพการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของประเทศไทย

พ.ศ. 2562 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ใช้งานสื่อและสารสนเทศ ผ่านทางโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต เพื่อรับและสื่อสารข้อมูล และมีสถานภาพการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศอยู่ในระดับดี ซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึง วิเคราะห์ ประเมินผลกระทบรวมถึงจัดระบบสื่อและสารสนเทศได้อย่างเหมาะสม และควรพัฒนาเร่งการพัฒนาการให้ประชาชนเห็นคุณค่าและการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ โดยสมรรถนะที่จะต้องมีการพัฒนาเด็ก และผู้สูงอายุ จะเป็นกลุ่มที่ต้องมุ่งเน้นด้านการพัฒนาสมรรถนะในการประเมินและการสร้างสื่อและสารสนเทศ โดยสรุปประเด็นไว้ในรายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิรูปแนวทางการปฎิรูปการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) ได้แก่

1) ผู้ใช้สื่อออนไลน์สามารถปกปิดสถานะที่แท้จริงได้ และเชื่อว่าไม่สามารถถูกตรวจสอบได้โดยง่ายเนื่องจากผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลผู้ใช้งาน โดยอ้างว่าเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญของประเทศเหล่านั้น

2) กลไกภาครัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการกากับดูแลขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถชี้แจงทำความเข้าใจในทางที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที เพราะขาดระบบการเฝ้าระวังที่สามารถทราบถึงสถานการณ์การเผยแพร่ของข้อมูลดังกล่าวได้อย่างทันต่อสถานการณ์ ขาดเครื่องมือเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาที่ทันสมัย และขาดการบูรณาการในการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้

3) ประชาชนงานขาดความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยี ขาดความตระหนักรู้ด้านการใช้สื่อออนไลน์และด้านกฎหมาย เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจตกเป็นเหยื่อและยึดติดกับการใช้สื่อออนไลน์มากกว่ากลุ่มอื่น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนโดยเฉพาะด้านกฎหมายมาเป็นเครื่องมือในการปกป้องและแก้ปัญหา

4) การสร้างจิตสำนึกหรือปลูกฝังการใช้สื่อออนไลน์อย่างมีจริยธรรมมียังบกพร่อง โดยเฉพาะกับเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลขึ้นไป รวมทั้งขาดการเสริมสร้างจิตสำนึกเพื่อการพัฒนาต่อเนื่อง

5) ขาดการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในลักษณะประชารัฐ ประชาสังคม และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการร่วมกันกากับดูแล และการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

โดยแนวทางและแผนงานในการส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะในการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของประเทศไทย ในการพัฒนาทุนมนุษย์ที่มีความสามารถในการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ มีวิจารณญาณและรู้เท่าทัน เพื่อขับเคลื่อนประชาชนเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) สอดคล้องต่อการพัฒนาประเทศมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 จะกำหนดกรอบการพัฒนาตามแนวคิดของ Arun Pradhan จากสถานบัน Learn2learn ในการกำหนดองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างการตัดใจของของประชาชนในการพัฒนาตนเองรวมถึงกระบวนการพัฒนาตามแนวทางการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ

รูปภาพที่ 1 องค์ประกอบของการพัฒนากระบวนการเรียนรู้

รูปภาพที่ 2 กระบวนการตัดสินใจและกิจกรรมที่สนับสนุนการติดสินใจ

รูปภาพที่ 3 รูปแบบและวิธีการพัฒนาที่เหมาะสมสำหรับพัฒนาบุคลากรภาครัฐ

เป้าหมายในการพัฒนา

1) การพัฒนาความรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศให้แก่ประชาชนทุกวัยและทุกกลุ่มอาชีพ

การส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะในการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศให้แก่ประชาชนนั้น จำเป็นจะต้องมีการสร้างสมรรถนะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ โดยจะต้องพัฒนาทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ถูกต้องและเหมาะสมในทุกช่วงวัย และทุกกลุ่มอาชีพ รวมถึงการสร้างจิตสำนึกและจริธรรมอันดีในการสร้างและเผยแพร่สื่อและสารสนเทศ

2) การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ

การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบสารสนเทศที่ใช้ในการพัฒนาองค์ความรู้การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ ระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการดำเนินงานในการติดตามและเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารออนไลน์ บุคลากรที่ขับเคลื่อนการการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ อาทิ ครู วิทยากร เครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุคลากร เจ้าหน้าที่ของภาครัฐ และเอกชนที่ทำงานในกระบวนการต่างๆ จะต้องเป็นแกนนำในการพัฒนาสมรรถนะในการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของประเทศ การกำกับดูแลให้เกิดการส่งเสริม และพัฒนาสมรรถนะในการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศที่เป็นรูปธรรมและมีความชัดเจนและต่อเนื่องในการดำเนินงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดทำเป็นกฎหมาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่และแนวทางการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงการจัดทำมาตรการในการจูงใจให้แก่ภาคเอกชน และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ

3) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ

การส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการส่งเสริมและสนับสนุนการรู้เท่าทันสื่อละสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาความรู้ การเฝ้าระวังและติดตามการเผยแพร่สื่อและสารสนเทศในสังคมไทย

ยุทธศาสตร์และแผนงาน

ข้อเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนประชาชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีสมรรถนะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ

การพัฒนาและขับเคลื่อนประชาชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีสมรรถนะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของประเทศไทย นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทำงานอย่างเป็นระบบซึ่งจะต้องมีการดำเนินงานดังนี้

1) การส่งเสริมให้มีการบูรณาการหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับสื่อข้อมูลการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างถูกต้องและมีวิจารณญาณ การตระหนักรู้เท่าทันสื่อ โดยจะต้องเป็นโครงการที่มีลักษณะของความต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเข้าถึงทุกกลุ่มวัยและทุกอาชีพ และแต่ละหน่วยงานจะต้องมีความชัดเจนในการดำเนินงานกับกลุ่มเป้าหมายที่แต่ละหน่วยงานเป็นผู้รับผิดชอบ

2) การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อการรู้เท่าทันสื่อเป็นหลักสูตรภาคบังคับ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงระดับอุดมศึกษา หรือกำหนดให้มีการบูรณาการเนื้อหาและมีชั่วโมงเรียนการรู้เท่าทันสื่อหรือเรียน ที่มีเป้าหมายในการสร้างจิตสำนึกการใช้สื่อออนไลน์อย่างมีคุณภาพ มีจริยธรรม และในเชิงสร้างสรรค์

3) การกำหนดมีช่องทางการเรียนรู้ การให้ข้อมูลข่าวสาร การใช้บริการของภาครัฐเพียงช่องทางเดียว เพื่อสร้างคุณค่าและเป็นการเพิ่มความน่าในใจในการดึงดูดให้ประชาชนเข้ามาใช้งาน รวมถึงเป็นการลดความซ้ำซ้อนและการเข้าใจผิดในแหล่งข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ

4) การสร้างนโยบายส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลสื่อดิจิทัล เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดถึงแนวทางการรวมกลุ่มเพื่อการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ โดยในส่วนของสื่อออนไลน์ต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะต้องเป็นผู้ประสานงานอย่างเป็นทางการของประเทศกับสื่อเหล่านั้น จะต้องมีบทบาทที่เข้มข้นและดำเนินงานในเชิงรุก โดยการเจรจากับสื่อออนไลน์ต่างประเทศให้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับดูแล และถือเป็นนโยบายการปฏิบัติร่วมกันในการแก้ไขปัญหา

5) การพัฒนาและการบูรณาการกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและตรวจสอบสื่อที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการเข้าถึงสื่อและสารสนเทศสำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อการกำหนดประเภทของสื่อที่จะให้ความคุ้มครองกับกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นการโดยเฉพาะ เช่น สื่อลามกอนาจาร การค้าขายหรือโฆษณาออนไลน์ การใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือเกมออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งถือว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนยังเป็นผู้ที่มีวิจารณญาณและประสบการณ์น้อย และยังมีความคิดหรือตัดสินใจไม่เท่าทันผู้ใหญ่ จึงจำเป็นต้องมีการคุ้มครองเฉพาะสำหรับสำหรับเด็กและเยาชน

6) การจัดตั้งหน่วยงานหรือคณะทำงานสำหรับการพัฒนาความรู้ด้านดิจิทัลของประชาชน โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทราบถึงความคืบหน้าและมีแนวทางในการดำเนินงานที่มีทิศทางเดียวกัน รวมถึงลดความซ้ำซ้อน และสามารถสนับสนุนการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานได้

7) การกำหนดกรอบความรู้ด้านดิจิทัลของประชาชนทุกกลุ่มในประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อบังคับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดเป็นแนวทางในการดำเนินงาน

8) การส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของผู้ผลิตสื่อดิจิทัลที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และครอบครัว เพื่อให้มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ เฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัย และไม่สร้างสรรค์

9) การประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนัก โดยมีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ รวมถึงการทำสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ (E-Learning) เกี่ยวกับความเข้าใจเกี่ยวกับการการเข้าใจและรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (Media and information Literacy) และการเข้าใจดิจิทัล (Digital literacy) และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับพลเมืองจังหวัดอัจฉริยะ (Citizens’ Smart Province) ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ เช่น แผ่นพับประชาสัมพันธ์ ป้ายประกาศ ตามสถานที่ราชการ เว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ โทรทัศน์หรือวิทยุชุมชน เป็นต้น

10) การสร้างแกนนำในการส่งเสริมและพัฒนาพลเมืองดิจิทัล โดยมีการจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับความเข้าใจเกี่ยวกับการเข้าใจและรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ (Media and information Literacy) และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับพลเมืองจังหวัดอัจฉริยะ (Citizens’ Smart Province) แก่ผู้นำชุมชนหรืออาสาสมัครในการเผยแพร่ข้อมูล

11) การจัดทำมาตรการในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น การจัดทำมาตรการทางภาษีหรือสิทธิประโยชน์ ต่างๆ เป็นต้น

12) การจัดกิจกรรมหรือการสร้างระบบสารสนเทศสำหรับสนับสนุนการส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะในการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ จะต้องการเชื่อมโยงกับหน่วยงานหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเกิดวงจรการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและทำให้ประชาชนเห็นประโยชน์ของการพัฒนาตนเอง เช่น การประเมินระดับสมรรถนะดิจิทัลของตนเองในอาชีพที่ต้องการ ข้อมูลความก้าวหน้าในสายอาชีพ การสมัครงาน การพัฒนาตนเอง การสมัครเรียน เป็นต้น

13) ส่งเสริมให้เกิดการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการข้อเท็จจริงของข้อมูลและข่าวสารออนไลน์ ที่มีการทำงานในลักษณะขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และมีการทำงานที่เป็นอิสระที่ไม่ถูกชี้นำจากภาครัฐและเอกชน และมีกรอบการและขั้นตอนการดำเนินงานที่ได้มาตรฐานตาม International Fact Checking Network

14) การจัดทำกฎหมายที่มีความชันเจนในข้อกำหนด และทันต่อสถานการณ์ด้านดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และจำเป็นจะต้องมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้ให้บริการสื่อและสารสนเทศ รวมถึงบริการที่เกี่ยวให้ในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ รวมถึงมีส่วนรับผิดชอบในกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้องหรือเป็นภัยต่อสังคม

15) การสำรวจและประเมินสถานภาพการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ และการเข้าใจดิจิทัล เพื่อให้สามารถสำรวจประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเข้าถึงประชาชนได้จำนวนมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบูรณาการวิธีการจัดเก็บข้อมูลการหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หรือช่องงานของภาครัฐที่ประชาชนใช้งานและเข้าถึงได้จำนวนงาน เช่น การประเมินการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศก่อนเข้ารับบริการของภาครัฐ อาทิ การจ่ายภาษีออนไลน์ การทำใบขับขี่ การทำบัตรประชาชน การสมัครเข้าเรียนในระดับต่างๆ รวมถึงการสมัครการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของสำนักงาน ก.พ. เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนในการสำรวจและได้ข้อมูลจากประชาชนได้อย่างทั่วถึง