ที่มาและความสำคัญ


"ผู้ที่มีความสามารถทางด้านการใช้ดิจิทัลได้มากกว่า ย่อมเป็นผู้ได้เปรียบในสังคม"

เนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์เทคโนโลยีดิจิทัล สามารถเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิต สร้างสรรค์นวัตกรรม และสิ่งใหม่ได้มากกว่า ทำให้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าได้ดี ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการดำรงชีวิตที่ทำให้ประชาชนมีการเข้าถึงสื่อและบริโภคสื่อมากขึ้นรวมถึงส่งผลให้ผู้ประกอบการมีการแข่งขันกันมากขึ้นทางด้านความหลากหลายของช่องทางในการให้บริการ ทำให้พฤติกรรมการบริโภคสื่อ (Media Consumption) ของประชาชนได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม


วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าต้องการให้มีการส่งเสริมภาคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยการเสริมทักษะด้านการใช้ดิจิทัล ให้ประชาชนสามารถเข้าถึง (Access) คิดวิเคราะห์ (Understand and Evaluate) สร้าง (Create) อย่างมีจริยธรรม ตลอดจนแบ่งปัน (Share) เนื้อหาสื่อในทุกรูปแบบ โดยการใช้เครื่องมือต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ และลดช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างประชาชน ในชุมชนเมืองและชุมชนห่างไกลที่เรียกว่า ช่องว่างดิจิทัล (Digital Divide)

ด้วยเหตุนั้น สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาพื้นฐานการใช้งานเครื่องมือดิจิทัลในยุคสมัยใหม่ จึงมอบหมายให้ "สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ" (สดช.) ดำเนินการสำรวจและประเมินข้อมูลสถานภาพการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศของประเทศไทย (Media And Information Literacy: MIL) เพื่อรวบรวมข้อมูลมหภาคและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อและสารสนเทศของประชาชน และศึกษากรอบแนวทาง การพัฒนาทักษะดิจิทัลเบื้องต้น (Digital Literacy) สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ในการส่งเสริม พัฒนาสถานะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ การใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ สู่การผลักดันนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล